กรมโรงงานอุตสาหกรรม โครงการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือและติดตามการต่ออายุโรงงานที่ขาดการจัดการกากอุตสาหกรรม

เกี่ยวกับโครงการ

โครงการช่วยเหลือและติดตามการต่ออายุโรงงานที่ขาดการจัดการกากอุตสาหกรรม ประจำปี 2560 ความเป็นมาของโครงการ

จากปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้น สืบเนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่น โรงงานผู้ก่อกำเนิดของเสีย (Waste Generator: WG) อาจไม่มีความรู้ความเข้าใจหรือไม่สนใจกฎหมายเท่าที่ควร ทำให้ไม่ส่งของเสียกำจัด หรือบำบัดตามที่ได้รับอนุญาต หรือไม่แจ้งการขนส่ง ขณะที่ผู้รับบำบัดหรือกำจัดกากอุตสาหกรรม (Waste Processor: WP) รวมถึงผู้ประกอบการขนส่ง (Waste Transporter: WT) ก็ไม่แจ้งการรับของเสีย และไม่มีการจัดการของเสียอย่างถูกต้อง หรือของเสียไปไม่ถึงผู้รับกำจัดปลายทาง ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาการลักลอบ ทิ้งกากอุตสาหกรรม ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบที่ตามมาอีกมากมาย ทั้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อระบบนิเวศ ผลกระทบ ต่อสุขภาพ และผลกระทบต่อชุมชน เป็นต้น

กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้จัดทำแผนการจัดการกากอุตสาหกรรม 5 ปี (พ.ศ. 2558-2562) เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 โดยมีเป้าหมายผลักดันให้โรงงานก่อให้เกิดกากอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบการกำจัดเพิ่มขึ้น ซึ่งแผนฯ นี้ มีความสอดคล้องกับ Road Map การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยมอบหมายให้ กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการตามมาตรการจัดการขยะมูลฝอยโดยให้เข้มงวดกับโรงงานที่ก่อกำเนิดของเสียอันตรายและโรงงานที่รับกำจัด ของเสียอันตราย และดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ลักลอบทิ้งอย่างเด็ดขาด ภายใต้แนวคิดการปรับกระบวนการในการกำกับ ดูแลกากอุตสาหกรรม ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางอย่างครบวงจร ให้ครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักทุกฝ่าย ซึ่งได้แก่ ผู้ก่อกำเนิดของเสีย ผู้ขนส่งของเสีย ผู้บำบัด/กำจัด/รีไซเคิลของเสีย รวมทั้งผู้กำกับดูแลของเสีย (Waste Regulator: WR) เพื่อให้กากอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบบริหารจัดการอย่างถูกต้อง

เพื่อดำเนินงานให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของแผนฯ ดังกล่าว ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 กรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงต้องจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือ ติดตาม และให้คำปรึกษาแก่โรงงานจำพวกที่ 3 ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งยังมิได้ดำเนินการจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และจำเป็นจะต้องดำเนินการต่ออายุใบอนุญาต ประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง. 4) ทุกรอบ 5 ปี ซึ่งมีจำนวนทั้งหมดประมาณ 68,000 โรงงาน

ซึ่งการดำเนินงานของศูนย์ตามยุทธศาสตร์ของแผนฯ นี้ ในปีแรก จะมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง 5 ปี สอดคล้องกับการต่ออายุใบอนุญาต ประกอบกิจการโรงงาน เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ยังไม่อยู่ในระบบทุกราย มีโอกาสที่จะได้รับการช่วยเหลือจากศูนย์ โดยจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ได้รับผ่านการอบรม และ/หรือผู้ควบคุมด้านกากอุตสาหกรรมที่สอบผ่านและได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว ทำหน้าที่ ให้คำปรึกษาและแนะนำผู้ประกอบการซึ่งจะต้องเข้ามายื่นคำร้องขอต่ออายุใบอนุญาตของสำนักงานของกระทรวงอุตสาหกรรมในต่างจังหวัด รวมทั้งของกรมโรงงานอุตสาหกรรมในกรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์
  • เพื่อเป็นศูนย์กลางสำหรับให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการให้มีศักยภาพในการจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ สำหรับ 6 ภูมิภาคของประเทศ โดยกิจกรรมภายในศูนย์ฯ ทั้ง 6 แห่ง ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งเชี่ยวชาญด้านกากอุตสาหกรรมและเจ้าหน้าที่ ผู้ซึ่งสามารถจะให้คำปรึกษา และช่วยเหลือโรงงานทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ
  • เพื่อเป็นศูนย์สนับสนุนพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีการบังคับใช้กฎหมายกับโรงงานที่ยังไม่เข้าระบบจัดการกากอุตสาหกรรม ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม
กลุ่มเป้าหมายโครงการ

โรงงานจำพวกที่ 3 ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ที่ยังไม่เข้าระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของกรมโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งโรงงาน ที่ต้องต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก จำนวนประมาณ 10,500 ราย

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  • ผลผลิต (Output)
    ผู้ประกอบการโรงงานจำนวน 9,000 ราย ได้รับสนับสนุน ส่งเสริม ทำความเข้าใจ ในการจัดการกากอุตสาหกรรมให้ถูกต้องตามกฎหมาย
  • ผลลัพธ์ (Outcome)
    ปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมลดลงอย่างต่อเนื่อง
กิจกรรมโครงการ

การดำเนินโครงการ เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560 จนถึงเดือนมกราคม 2561 โดยมีกิจกรรมดังนี้

กิจกรรม ช่วงเวลา
1. การอบรมให้ความรู้แก่หน่วยงานราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เดือนมีนาคม 2560
2. การสัมมนาสัญจร 6 ภูมิภาค เดือนมีนาคม – เมษายน 2560
3. การจัดตั้งศูนย์ และให้คำปรึกษาการจัดการกากอุตสาหกรรมตามกฏหมาย เดือนมีนาคม – ธันวาคม 2560
4. การติดตามและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม (เข้าพื้นที่สถานประกอบการ) เดือนพฤษภาคม – ตุลาคม 2560